หน้าหลัก
    อัตราดอกเบี้ย
    เกี่ยวกับเรา
    เรื่องน่ารู้
    ติดต่อ
   
 
   วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม
   คณะกรรมการบริหาร
   ผังองค์กร
 
 
◎ ประวัติความเป็นมา ◎

การดำเนินงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร (เดิมใช้ชื่อว่าสถานธนานุบาล นครหลวง) ได้เริ่มต้นเมื่อปี 2503 โดยมติคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมปรึกษา เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2503 มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยรับนโยบาย ไปจัดตั้งสถานธนานุบาล(โรงรับจำนำ) เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน ผู้เดือดร้อนและยากจน จะได้ไม่ต้องไปกู้ยืมเงินจากเอกชน โดยเสียดอกเบี้ย ในอัตราสูง และแม้จะมีทรัพย์ไปจำนำ เพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย ยามจำเป็น ก็ถูกโรงรับจำนำเอกชน เอารัดเอาเปรียบเกินควรได้ ดังนั้น กระทรวงมหาดไทย จึงได้จัดตั้งสถานธนานุบาลขึ้นเอง

          ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2516 กระทรวงมหาดไทยได้โอนกิจการ สถานธนานุบาล(ของเทศบาลนครกรุงเทพเดิม) ให้กรุงเทพมหานครดำเนินการ และกรุงเทพมหานครได้บริหารกิจการสถานธนานุบาล โดยจัดตั้งสำนักงาน ดำเนินกิจการสถานธนานุบาลขึ้น มีคณะกรรมการ และหัวหน้าสำนักงานกลาง (จสธก.เดิม) แล้วปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาจนปัจจุบันนี้เป็น สำนักงานสถานธนานุบาล กรุงเทพมหานคร(สธก.)

 
◎ วัตถุประสงค์ ◎

สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร จัดตั้งขึ้นโดยได้รับนโยบายจากกระทรวงมหาดไทย เพื่อช่วยเหลือและสงเคราะห์ประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยมีวัตถุประสงค์ 4 ประการ คือ

          เพื่อสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งพอมีทรัพย์สินอยู่บ้าง แต่มีความต้องการเงินไปบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า โดยนำสิ่งของมาจำนำ และเสียดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำ ซึ่งสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร คิดดอกเบี้ยรับจำนำ ในอัตราที่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. 2505 กล่าวคือ

ตาม พ.ร.บ.โรงรับจำนำ พ.ศ. 2505 กำหนดห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ดังนี้
+ เงินต้นไม่เกิน    2,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 2.00 ต่อเดือน
+ เงินต้นส่วนที่เกิน 2,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1.25 ต่อเดือน          

          เพื่อเป็นการป้องกันมิให้โรงรับจำนำเอกชนเอารัดเอาเปรียบประชาชนผู้มาจำนำ
โดยกดราคา หรือ เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา หรือเรียกค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในราคาสูง

          เพื่อตรึงระดับการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ให้ลดน้อยลงจากเดิม เพราะถ้าประชาชน ถูกโรงรับจำนำเอกชนกดราคา หรือเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูง ประชาชนก็จะพากันมาใช้บริการของสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร

          เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสซื้อของในราคาถูก เนื่องจากทรัพย์ที่ประชาชน นำมาจำนำ หากไม่ส่งดอกเบี้ย เป็นเวลา 4 เดือน 30 วัน ติดต่อกัน จะตกเป็นสิทธิ์
ของสถานธนานุบาล เรียกว่า "ทรัพย์หลุดจำนำ" ทรัพย์หลุดจำนำเหล่านี้ สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร ใช้วิธีจำหน่ายอย่างเปิดเผย โดยวิธีประมูลด้วยวาจา ก่อนที่จะทำการประมูลจำหน่ายทรัพย์หลุดจำนำทุกครั้ง จะต้องประกาศให้ประชาชน ทราบล่วงหน้า วิธีการจำหน่ายเช่นนี้ เพื่อประสงค์ให้ประชาชนได้มีโอกาสซื้อสิ่งของ เครื่องใช้ ในราคาถูก และเพื่อให้เจ้าของทรัพย์ ที่หลุดจำนำมีโอกาสได้ซื้อทรัพย์นั้น คืนได้ ในราคาอันสมควร ตามที่คณะกรรมการของกรุงเทพมหานคร ได้ประเมินราคาไว้ โดยไม่ต้องนำขึ้นประมูลสู้ราคากับพ่อค้า หรือ บุคคลอื่น

          การดำเนินกิจการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร จะเห็นได้ว่ามิได้มี วัตถุประสงค์เพื่อการแสวงหากำไรอย่างการดำเนินธุรกิจการค้าทั่ว ๆ ไป แต่มี
วัตถุประสงค์เพื่อสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ให้สามารถแก้ปัญหาทางการเงิน ในระยะสั้น ๆ ได้ โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ในอัตราสูงนัก 
 ดังนั้น การกำหนดอัตรา ดอกเบี้ยของสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร จึงเป็นการกำหนดไว้เพียงเพื่อพยุงฐานะ ตัวเองมิให้ประสบกับภาวะขาดทุนเท่านั้น และผลกำไรจากการดำเนินงานดังกล่าว นั้น นอกจาก จะเก็บไว้เป็นทุนดำเนินการในปีต่อ ๆ ไปแล้ว ยังต้องจัดสรรเป็นเงินบำเหน็จ รางวัล ให้แก่กรรมการ ที่ปรึกษา และพนักงานของ สธก. และสถานธนานุบาล ประมาณ 12-20 % ของกำไรสุทธิ และยังต้องจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายของ สธก. ตลอดจนจ่าย เป็นเงินอุดหนุนให้แก่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นรายได้ของกรุงเทพมหานคร และใช้จ่าย เพื่อการลงทุนขยายสถานธนานุบาลให้มากยิ่งขึ้นต่อไป

 
◎ การบริหารงาน ◎

สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร จัดตั้งขึ้นตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
เรื่อง สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2534 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร(ฉบับที่2) พ.ศ.2536 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2536

          โดยมีคณะกรรมการบริหารกิจการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร จำนวนไม่เกิน 9 คน ประกอบด้วย
          บุคคลซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้แต่งตั้งไม่เกิน 8 คน เป็นประธาน รองประธาน และกรรมการ ละให้ผู้อำนวยการสำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและเลขานุการ 
          มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย วางแผน และควบคุมการดำเนินงานของ สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ ตลอดจนเสนอแนะต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการออกระเบียบ กฎข้อบังคับ เพื่อปฏิบัติตามข้อบัญญัติ ดังนี้

          สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร หมายความว่า สำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร และสถานธนานุบาลที่กรุงเทพมหานคร จัดตั้งขึ้น
          สำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร หมายความว่า สำนักงานบริหารกิจการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า "สธก." 
รับผิดชอบเกี่ยวกับสถานธนานุบาลที่กรุงเทพมหานครจัดตั้งขึ้น

          โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร ซึ่งคณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอน โดยคำแนะนำ หรือ ความเห็นชอบของ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงานภายใต้การควบคุมของ คณะกรรมการ และเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสถานธนานุบาล กรุงเทพมหานคร
           และมี รองผู้อำนวยการสำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร ช่วยปฏิบัติ งานในการดำเนินงานเกี่ยวกับสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้มี คณะกรรมการบริหารกิจการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร และสำนักงานสถานธนาน ุบาลกรุงเทพมหานครแล้ว
           ประธานกรรมการบริหารกิจการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร มีอำนาจ แต่งตั้ง ที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหารกิจการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร ได้จำนวนไม่เกิน 2 คน มีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ คณะกรรมการบริหารกิจการสถานธนา นุบาลกรุงเทพมหานคร

 
◎ สาขา ◎

มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับจำนำ การไถ่ถอน โดยมีผู้จัดการสถานธนานุบาลกรุงเทพ มหานคร แต่ละแห่ง เป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน ตลอดจนรับผิดชอบชดใช้ ความเสียหาย หรือ ความสูญหาย ที่เกิดขึ้นทุกประการ
ปัจจุบันมีสถานธนานุบาล รวมทั้งสิ้น 21 แห่ง นอกจากการรับจำนำทรัพย์สิน จากประชาชนแล้ว ทรัพย์สินที่หลุดจำนำทุกรายการ สถานธนานุบาลรกรุงเทพมหานคร จะนำออกประมูลขายให้แก่พ่อค้า ประชาชนทั่ว ๆ ไป โดยจะนำทรัพย์หลุดจำนำ

ประเภททอง นาก เงินรูปพรรณ จำหน่ายในวันเสาร์ที่ 2, 3 , 4 ของเดือน
ประเภทเบ็ดเตล็ด เช่นตู้เย็น โทรทัศน์ วิทยุ จักรเย็บผ้า นาฬิกา เครื่องไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย จำหน่ายในวันสิ้นเดือน

เลขที่ 8 ชั้น 3 อาคารโกลด์มาร์เก็ต ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร โทร: 02-1580042 - 44